หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ได้ 1 (จาก 10 )...ก็ยังดีกว่าไหม ?

จุดเริ่มต้นของผลงานในธุรกิจเครือข่าย MLM ที่เกิดขึ้น มีหลายคนชอบมองว่า มันไม่ได้มาจากความคิดก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันมาจากแนวความคิดก่อนทั้งสิ้น ซึ่งแนวความคิดที่ว่านี้ เป็นแนวความคิดที่จะต้องการทำให้ธุรกิจเกิดความเข้าใจง่าย เกิดความรู้สึกดี เกิดความถูกต้องที่เป็นระบบ แล้วสามารถอยู่ในธุรกิจนี้ยาวนานอย่างมีความสุข โดยรวมๆ แล้วทุกแนวความคิดจะถูกสานต่อให้กลายเป็นแนวความคิดของการให้ ให้เพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จในแต่ละคน จนเขาเหล่านั้นกลายเป็นผู้นำที่ดี แต่ก็ไม่ง่ายที่เราทุกคนจะพบ จะเจอได้ง่ายๆ ดังนั้น หากเราค้นพบได้จาก 10 เพียงแค่ 1 ก็ดีกว่า จาก 10 ปริมาณที่ไร้คุณภาพ ขอแค่ได้ 1 คุณภาพก็ยังดี จากประสบการณ์ตรงในการเจรจากับลูกค้า 10 ราย แล้วขายได้ 1 ราย กับเจรจากับลูกค้า 1 ราย แล้วขายได้ 1 รายเหมือนกัน คุณอยากได้อย่างไหน คนส่วนมากจะเข้าใจกันว่า ยิ่งออกขายมากเท่าไร โอกาสที่ประสบความสำเร็จก็ย่อมมีมากเพียงนั้น  ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่เป็นอย่างที่คุณคิดเสมอไป ผมนั่งนึกย้อนไปเมื่อสมัยที่เป็นนักธุรกิจเครือข่าย MLM ใหม่ๆ ที่ยังขาดประสบการณ์ ทุกครั้งที่นัดเจรจากับลูกค้า ไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย ลูกค้าก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ  ทั้งๆ ที่ได้พยายามเอาใจใส่ดูแล ให้บริการลูกค้าแต่ละรายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขาเกิดความรักใคร่ชอบพอ และไว้วางใจ แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ ทำให้ผมก็กลับมานั่งวิเคราะห์ว่า ทำไม? คำตอบ ก็คือ หากเราหว่าน หรือขยายวงในการดูแลลูกค้า เพื่อพยายามขายตัวเองออกไปมากเท่าไร...เราก็จะไม่สามารถดูแลและให้บริการได้อย่างทั่วถึง มันจึงเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เพราะลูกค้าไม่เกิดความประทับใจ และยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจมากพอ ที่จะตัดสินใจซื้อ หรือร่วมทำธุรกิจในระยะยาวกับคุณ
ที่นี้ เราลองมาดูจำนวนลูกค้าที่มีมากมายในระบบ E-mail Marketing ของนักขายที่ใช้ระบบออนไลน์ หรือ List รายชื่อลูกค้าในระบบออฟไลน์  เราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า ใคร...คนไหน...ที่ใช่ที่สุด ที่เราควรดูแลเป็นพิเศษที่สุด  ซึ่งในความเป็นจริง อาจจะมีเพียง 10 ใน 100 ราย ที่เราสามารถทุ่มเทเวลาดูแล เอาอกเอาใจได้อย่างเต็มที่ เพื่อสานต่อธุรกิจในอนาคต เพราะเขาคือ คนสำคัญที่สุด ที่จะช่วยคุณสร้างรายได้ และขยายลูกค้าใหม่ แทนที่คุณจะได้ลูกค้าประเภทที่ซื้อขายกันเพียงครั้งเดียวแล้วจบกันเหมือนแต่ก่อน ที่ผ่านมาคุณอาจเคยคิด หรือได้รับการถ่ายทอดบอกเล่ามาว่า ความสำเร็จในงานขายคือ การที่ลูกค้าตกลงตัดสินใจซื้อสินค้าหรือเปิดรับโอกาสทางธุรกิจกับคุณ แล้วก็จบกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากคุณไม่สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ยอมรับในความรู้ ความชำนาญในตัวคุณ และขาดการสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง คิดเพียงแค่ขายกันครั้งเดียวแล้วจบกัน สักวันลูกค้าก็จะลืมคุณในที่สุด
การลดปริมาณลูกค้าลง เพื่อผลงานที่เพิ่มขึ้น  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องตระหนักให้มาก เพราะชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในการขาย ไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจซื้อของลูกค้า แต่เป็นความทรงจำที่ดีของลูกค้า ที่ยังระลึกถึงคุณตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งที่คุณจะต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ก็คือ การคัดเลือกลูกค้ารายสำคัญ ให้เหลือเพียงคนที่ใช่ที่สุดเท่านั้น แล้วดูแลรักษาเขาเหล่านั้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ในขณะที่ยอดขายที่คุณเคยได้รับ ยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาเหลือพอ ที่จะคิดสร้างสรรค์ผลงานอื่นๆ  หรือมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ได้ทำกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น โดยที่ไม่กระทบกระเทือนรายได้ของคุณเลย ซึ่งบางทีมันอาจจะกลายเป็นปัญหาได้ และปัญหาหนึ่งของการเป็นเช่นนั้นคือ ความไม่เข้าใจในธุรกิจเครือข่าย MLM จริง แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่าย MLM ไม่ประสบความสำเร็จเลย แม้แผนการตลาดแบบหลายชั้น MLM นั้นจะได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยให้คนธรรมดาให้กลายเป็นนักธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ประสบความสำเร็จได้ แต่ปรากฏว่ามีนักธุรกิจเครือข่าย MLM จำนวนมากนั้น ไม่ประสบความสำเร็จกับการใช้แผนการตลาด MLM ในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นก็คือ การขาดความรู้ และความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เหล่านี้

1. การไม่รู้จักวิธีการสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง / รายชื่อลูกค้า ของตัวเอง
2. การไม่รู้จักวิธีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกค้าที่ถูกต้อง
3. การไม่รู้จักวิธีสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังที่ถูกต้อง
4. การไม่รู้ว่าช่วงเวลาไหนถึงจะเหมาะสมกับการเปิดการขาย / ปิดการขาย
5. การไม่รู้วิธีการสร้างเครือข่ายของคุณให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
6. การก้าวข้ามข้อจำกัดในการทำธุรกิจเครือข่ายที่ว่า ลิสต์รายชื่อ-โทรชวนคน-ปิดการขาย
7. การสอนให้ทีมงานทำธุรกิจเป็นอย่างมีระบบ รวมถึงวิธีการถ่ายทอดที่ดี


คุณรู้ไหม..ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการทำการตลาดในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM มักเป็นการสวนทางกันของเป้าหมายในการทำการตลาดของบริษัทเครือข่ายกับแผนการตลาด MLM ที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการทำให้ลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังซื้อสินค้าของคุณ ซึ่งทำให้เครื่องมือที่ทางบริษัทมีให้ใช้หรือแผนการตลาดที่ทำให้บริษัทมีให้ นั้นมุ่งเน้นไปที่การทำให้คุณขายสินค้าให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งทำให้คุณกลายเป็นเซลล์แมนของบริษัทเขานั้นเอง ซึ่งสวนทางกับความต้องการของลูกค้าในยุคการตลาดยุคใหม่ ที่ลูกค้ามีอำนาจในการตัดสินใจซื้ออย่างอิสระและการมีตัวเลือกที่มากขึ้น และความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสาร นั้นทำให้ผู้มุ่งหวัง และลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็ต่อเมื่อเขาต้องการซื้อสินค้านั้นจริงๆ
ดังนั้น สิ่งที่นักธุรกิจเครือข่าย MLM ต้องทำในการทำการตลาดก็คือ การสร้างแผนการตลาดที่ทำให้ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าของคุณเอง หรือเข้าร่วมธุรกิจกับคุณด้วยความเต็มใจของเขา และพร้อมที่จะสร้างเครือข่ายให้เติบโตเพื่อสร้างธุรกิจให้ก้าวหน้าด้วยตัวเขาเองนั่นเอง และนี่คือ คำแนะนำในการใช้แผนการตลาดในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM..คุณต้องเรีย
นรู้วิธีการใช้แผนการตลาด MLM ในการทำธุรกิจเครือข่าย ที่ดึงดูดผู้มุ่งหวังเข้าสู่ธุรกิจของคุณด้วยความต้องการของเขาเองพร้อมเงินในมือ ด้วยความเชื่อมั่นในตัวคุณ และสินค้าของคุณ ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับผู้มุ่งหวังมาก่อน เพราะการทำธุรกิจเครือข่าย MLM โดยที่คุณยังไม่มีความรู้อะไรเลยในการทำการตลาดที่ถูกต้อง คุณยังไม่รู้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมาย และไม่รู้อะไรคือสิ่งที่นักธุรกิจเครือข่าย MLM ควรทำ เมื่อคุณไม่รู้วิธีที่จะทำให้ผู้มุ่งหวังต้องการซื้อสินค้าของคุณอย่างไร มันจึงทำให้โอกาสที่คุณจะล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ในระยะเวลาอันสั้นนั้น เกิดขึ้นง่ายแทนที่จะประสบความสำเร็จ

แล้วความเชี่ยวชาญในทักษะแบบไหนหล่ะ ที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ได้พอที่จะทำให้คุณมีเงินล้านก้อนแรกในกระเป๋า มีอิสระภาพในการใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการจนหย่าขาดจากการทำงานประจำ แล้วมาสร้างธุรกิจเครือข่าย MLM ของตัวเอง เหมือนอย่างกูรูระดับเซียนเขาทำกัน แม้ว่าความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนทำเพียงทักษะใดทักษะหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การที่นักธุรกิจเครือข่ายต้องรับผิดชอบในหลายสิ่งหลายอย่างไปพร้อมกันทั้ง เรื่องการทำการตลาด, การแบรนด์ตัวเอง/สินค้า,การขายสินค้า หรือทักษะในการสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง การสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวัง และยังทักษะอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าสาธยายหมดทุกอย่างเกรงว่าจะถอดใจเลิกทำธุรกิจกันหมดแน่ แต่ในการที่ใครสักคนที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองด้วยการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ในยุคนี้ คุณจำเป็นที่จะต้องมีความเชี่ยวชาญในทักษะอย่างมากในแบบเฉพาะอย่าง ที่มากพอจะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นธุรกิจเครือข่าย MLM ขั้นเทพได้ หลังจากนั้นก็ขอให้หมั่นฝึกฝนและถ่ายทอดประจำ รวมถึงการได้ให้การช่วยเหลือคนในทีมงาน หรือผู้มุ่งหวังใหม่ให้กลายเป็นผู้สำเร็จด้วย จงเริ่มขอเพียงได้ 1 คนจาก 10 หรือ 100 คนก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยสักคนเดียวใช่หรือไม่ ?

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

นี่หรือคือ...เหตุผล(แท้จริง)ของคน MLM

เมื่อไหร่ที่คุณเป็นแบบนี้ได้ ก็ไม่ต้องสนใจทำธุรกิจเครือข่าย MLM เลย...คุณสามารถอาศัยอยู่ในบ้านแบบใดก็ได้ที่คุณต้องการจะอยู่ โดยไม่ได้ผ่อนกับธนาคาร คุณขับรถยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ที่ต้องการจะขับ โดยไม่ได้ผ่อนกับธนาคาร ไม่มีหนี้บัตรเครดิต และไม่มีบิลที่ยังไม่ได้ชำระ พูดง่ายๆ ว่าคุณไม่มีหนี้สินกับใครเลย และคุณยังมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าสองแสนบาทขึ้นไปโดยไม่สนใจว่าคุณจะลุกออกจากเตียงนอนในเวลาเช้าเพื่อไปทำงานหรือไม่

หากคุณทำเช่นนี้ได้จริง คุณเลิกคิดไปเลยเกี่ยวกับการหาธุรกิจเครือข่าย MLM มาทำเพื่อสร้างให้ชีวิตดีขึ้น เพราะนั่นหมายความว่าคุณจะมีคุณภาพชีวิตดีกว่าเศรษฐีหลายๆ คนเสียอีกครับ สำหรับคนส่วนใหญ่การที่จะมีรายได้สองแสนบาทต่อเดือนได้นั้น คุณต้องมีบัญชีเงินเก็บในธนาคารซึ่งจ่ายดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นจำนวน 48,000,000 บาท (สี่สิบแปดล้านบาท) และถ้าขอได้อีกคุณคงเลือกรายได้ต่อเดือนที่คุณต้องการอย่างมากที่สุด เมื่อคำนวณกับดอกเบี้ยในอัตราที่ต่างกันแล้ว คุณจะรู้ได้ครับว่าคุณต้องมีเงินต้นเท่าไหร่ อย่าลืมนะครับ ก่อนที่คุณจะเก็บเงินได้นั้นคุณต้องมีรายได้ จ่ายภาษี ค่าบ้าน และบิลค่ายใช้จ่ายอื่นๆ คำนวณดีๆ นะครับว่า คุณเหลือเงินเก็บต่อเดือนเท่าไหร่ เรารู้แล้วครับว่า เงินต้น 48,000,000 บาท (สี่สิบแปดล้าน) สามารถให้รายได้ สองแสนบาทต่อเดือนแบ่งครึ่งครับ เงินต้น 24,000,000 บาท สร้างรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน

ทุกวันนี้คุณรู้จักคนกี่คนที่สามารถเก็บเงินได้ 24 ล้านบาทถึง 48 ล้านบาทก่อนที่เขาจะเกษียณครับ ก็มีแต่คนที่ทำธุรกิจเครือข่าย MLM เท่านั้น ที่สามารถเริ่มต้นใช้เวลา 2 ปีถึง 5 ปีตั้งใจทำงานแบบ Part time สร้างรายได้ แสนถึงสองแสนบาทต่อเดือน เงินจำนวนนี้มีปริมาณเท่าๆ กับรายได้จากการที่คุณมีเงินฝากดอกเบี้ย 5% ต่อปีในธนาคาร 24 ล้านบาทถึง 48 ล้านบาทเลยครับ และที่สำคัญเงินฝากในธนาคารกับเครือข่าย MLM ที่คุณสร้างไว้เหมือนกันตรงที่มันไม่สนใจว่า คุณจะลุกจากที่นอนตอนเช้าไปทำงานหรือไม่ คุณก็ยังรับรายได้อยู่ดีครับ

ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้ถึงการใช้เวลา 2-5 ปีในธุรกิจเครือข่าย MLM กับรายได้แบบที่แม้ว่าคุณจะทำงานหรือไม่ รายได้นั้นก็จะยังอยู่ตลอดไป ทีนี้มาดูกันภายในเดือนแรกๆ ถึง 1 ปีกันบ้างครับ คุณต้องมีเงินฝากที่จ่ายดอกเบี้ย 5% ต่อปีในธนาคารเป็นจำนวน 960,000 บาท (เก้าแสนหกหมื่นบาท) ถึงจะมีรายได้ 4,000 บาทต่อเดือนโดยไม่ต้องทำงาน คุณรู้จักคนกี่คนครับที่สามารถเก็บเงิน (ไม่ใช่เงินที่หาได้นะครับ เงินที่เก็บได้ หมายความว่าได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปแล้ว) ได้ถึง 960,000 บาทภายใน 3 เดือน แต่ถ้าเป็นธุรกิจเครือข่าย MLM แล้วเกือบทุกคนหากทำธุรกิจโดยใช้ระบบที่ถูกต้องทั้งหมด จะสามารถสร้างองค์กรที่สร้างรายได้ให้เขา 4,000 บาทต่อเดือนได้ภายในสามเดือน 
ขอให้ดูตัวเลขเงินเก็บต่อไปนี้นะครับ
1) 960,000 บาทในบัญชีธนาคารดอกเบี้ย 5% ต่อปีสามารถสร้างรายได้ 4,000 บาทต่อเดือน
2) 480,000 บาทในบัญชีธนาคารดอกเบี้ย 5% ต่อปีสามารถสร้างรายได้ 2,000 บาทต่อเดือน
3) 240,000 บาทในบัญชีธนาคารดอกเบี้ย 5% ต่อปีสามารถสร้างรายได้ 1,000 บาทต่อเดือน
4) 120,000 บาทในบัญชีธนาคารดอกเบี้ย 5% ต่อปีสามารถสร้างรายได้ 500 บาทต่อเดือน
5) 60,000 บาทในบัญชีธนาคารดอกเบี้ย 5% ต่อปีสามารถสร้างรายได้ 250 บาทต่อเดือน

คุณรู้จักคนกี่คนครับที่สามารถมีเงินเก็บ 60,000 ถึง 120,000 บาทภายในหนึ่งเดือน ดูเป็นไปได้มากขึ้นไหมครับ แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า อาจมีบางคนไม่รู้จักใครเลยที่สามารถมีเงินเก็บ 60,000 ถึง 120,000 บาทในหนึ่งเดือน แต่คุณพอจะรู้จักใครบ้างไหมครับที่สามารถแนะนำเพื่อนของเขา(ผู้มุ่งหวัง)ได้เดือนละ 1 คน ที่เราไม่ควรใช้เวลานานในการพูดแนะนำธุรกิจ ขอแค่ใช้เวลา 5 นาทีในการพูดให้เพื่อนฟัง และหลังจากเพื่อนของคุณฟังแล้ว ควรใช้เวลาอีก 5 นาทีในการตัดสินใจเรียนรู้การทำธุรกิจ ซึ่งเอาแบบง่ายๆ เมื่อได้มาก่อนอื่นผมขอแนะนำให้หาคอร์สเรียนรู้พื้นฐานให้เขาเรียน เช่น " หลักสูตรธุรกิจเครือข่าย MLM อย่างมืออาชีพ " นี้กับผู้สอน(โค้ช)ที่มีประสบการณ์จริง หรือผู้นำคนไหนก็ได้ และเขาอาจจะหาเพื่อนมาเรียนด้วยก็ได้...แต่ต้องเลือกเฉพาะคนที่สนใจ(รวย)จริงๆ เท่านั้น ซึ่งควรเรียนรู้อย่างน้อยสัก 4-5 ครั้งๆ ละ 6 ชม. หรือ 1 อาทิตย์อย่างมากแบบตัวต่อตัว เพื่อให้เข้าใจพื้นฐานจนครบทุกด้าน หลังจากนั้นก็นัดให้เขามาพบกับคุณและอัพไลน์ หรือจะใช้วิธีคุยโทรศัพท์สามสายก็ได้ ถ้าทุกๆ คน ใครก็ได้สามารถใช้ระบบนี้แนะนำเพื่อนของเขาเดือนละหนึ่งคน และสอนให้เพื่อนของเขาทำเช่นเดียวกัน ถ้าคุณแนะนำช่วยคนเดือนละหนึ่งคนและสอนให้เขาทำอย่างเดียวกันได้ องค์กรของคุณจะได้รับผลที่ดีเรื่องรายได้เหมือนอย่างตัวเลขข้างบนนี้ แต่สิ่งสำคัญคุณต้องมีความรับผิดชอบในการสอนให้เขารู้ทุกสิ่งในธุรกิจเครือข่าย MLM และทำงานเป็น
สำหรับใครที่ขยันแนะนำคนเก่ง บางทีแนะนำคนได้มากถึง 5 คนแล้ว แต่คนเหล่านั้นยังไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง คุณก็ไม่ควรไปแนะนำคนที่ 6 นะครับ  ส่วนคนที่ทำแบบขี้เกียจคือ แนะนำคนปีละหนึ่งคนและสอนให้เขาทำเช่นเดียวกัน คุณจะมีอิสรภาพทางการเงินได้ (ระยะยาวภายใน 10 ปี)  หาคนได้กี่คนครับ ก็ตั้งเวลาอยากเกษียณอายุตามนั้นได้ เช่น 10 ปีนับจากนี้ แต่ถ้าคุณสามารถรับผิดชอบคนๆ หนึ่งให้มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย MLM และทำงานเป็นได้หนึ่งคนภายในหนึ่งเดือน คุณจะมีรายได้มีอิสรภาพทางการเงินภายใน 1 ปี แล้วหากคุณทำไม่ได้หนึ่งคนในหนึ่งเดือนหล่ะครับ  คุณก็ต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นหน่อย สมมติหนึ่งคน ใช้เวลาสองเดือน กว่าที่คุณจะปล่อยให้เขาทำงานเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคุณมากเกินไป แล้วเขาเองก็ใช้เวลาสองเดือนในการช่วยเหลือคนของเขาหนึ่งคนเช่นกัน ถ้าเป็นแบบนี้ไปทั้งองค์กร ระยะเวลาจาก 1 ปี ก็จะกลายเป็น 2 ปี ไม่นานเกินรอใช่ไหมครับ
ธุรกิจเครือข่าย MLM มิใช่เกมที่เล่นกับตัวเลขเหมือนกับการขายนะครับ หากคุณเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย คุณเลือกนักขายออกไปทำงานให้กับคุณ แต่ในธุรกิจเครือข่าย MLM นั้นตรงกันข้าม เมื่อคุณแนะนำใครเข้ามาทำธุรกิจบางคน คุณกำลังออกไปทำงานให้เขา คุณกำลังเลือกคนที่คุณจะทำงานให้ มิใช่เลือกคนมาทำงานให้คุณ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำจริงๆ เพื่อที่จะสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย MLM ได้สามารถพูดง่ายๆ มีสองประโยค คือ
1) ทำความรู้จักเพื่อน คนแปลกหน้า หรือผู้มุ่งหวังใหม่ๆ ทุกวัน (หากคุณมีไม่เพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว)
2) นัดพบกับเพื่อนของคุณแล้วเล่าให้เขาฟังว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และสามารถช่วยให้เขามีรายได้จริงไหม
ทำเพียงเท่านี้ แล้วคุณก็ลองตรวจสอบดูถึงสิ่งที่พูดอยู่ว่า เขาอยากได้คุณไปช่วยทำให้เขากลายเป็นผู้สำเร็จ ที่มีรายได้จากการทำธุรกิจ MLM หลักล้านตลอดไปหรือไม่? หรือเขาแค่สนใจทำธุรกิจ MLM ไปเรื่อยๆ เล่นๆ โดยไม่ต้องการประสบความสำเร็จ  ซึ่งตรงนี้ตัวเราเองจะสามารถเลือกให้ เลือกสอนได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาทิ้งไปเปล่าๆ เพื่อเป็นการทำให้ถูกคน ดังนั้น การเริ่มต้นจะเน้นให้เกิดความเข้าใจธุรกิจ และรู้ถึงที่มาของรายได้ในธุรกิจเครือข่าย MLM ทั้งหมดก่อน พอรู้และลองทำดูได้...อนาคตรายได้ที่ตั้งใจอยากมีเงินเก็บไว้ก็เป็นจริงไม่ยากใช่ไหม นี่หล่ะ! คือ เหตุผลของการที่ต้องทำธุรกิจเครือข่าย MLM นี้ 

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

It's My heart, It's My way

การทำธุรกิจทุกวันนี้...ทำไมต้องขอคิด ขอเกิด ขอสร้าง...ด้วยตัวผมเอง เพราะจากประสบการณ์การทำธุรกิจที่ผ่านมาหลากหลายรูปแบบ ทำให้เข้าใจชีวิตของการเป็นนักธุรกิจอย่างดีว่า มันมีทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลว คละเคล้ากันไป สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถบอกได้เลย ธุรกิจที่ดีที่สุดตามความคิดของผมนั้นคือ ธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ทำให้ผมเกิด ผมมีรายได้ มีความสุข มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนมากมายกว่าการทำธุรกิจอื่นๆ ที่เคยได้ทำมา และมันเป็นหนทางที่ผมได้สร้างธุรกิจของผมเองขึ้นมาอย่างน่าภูมิใจที่สุด หากวันนี้จะให้เขียนถึงความสำเร็จนี้ออกมาเป็น " ปรัชญาแห่งความสำเร็จ " แล้วผมขอเขียนโดยอ้างอิงถึงสิ่งที่เคยรู้มา มีใจความว่า ปรัชญาแห่งความสำเร็จทั้งหมดบนโลกถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อนำเราไปสู่การค้นพบ ซึ่งในส่วนนี้เป็นคำพูดของ นโปเลียน ฮิลล์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ The Master Key To Riches ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมชอบเล่มหนึ่ง ที่ไม่เคยมีการแนะนำเหมือนหนังสือเล่มอื่นๆ ผมพบว่ามีอะไรบางอย่างที่กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ ที่เป็นสากลคือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อยู่นิ่ง มันมีแต่ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเสมอ ความสำเร็จมันดียังไง แล้วทำไมเราจึงต้องสำเร็จ ผมถือว่ามันเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของชีวิต เมื่อได้ทำให้เกิดขึ้นมาแล้วจะต้องมีอะไรที่สำเร็จแน่นอน...อย่างน้อยๆ ซักเรื่อง หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะเวลาที่สำคัญ ก็มักจะต้องการความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต ประเด็นก็คือ บางครั้งเรายึดติดกับความสำเร็จมากเกินไป จนไม่รู้ว่าอะไรคือ ความสำเร็จที่แท้จริง หลายคนจึงคิดว่าความสำเร็จคือ จุดสุดท้ายที่ต้องไปให้ถึง ต้องสละความสะดวกสบาย ต้องสละเวลาส่วนหนึ่งมาใช้สร้างความสำเร็จ และสละอะไรอีกหลายๆ อย่างเพื่อความสำเร็จ และเมื่อเราเลือกที่จะทำเพื่อความสำเร็จ โดยใช้วิธีสละความสุข ความสบาย แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จึงเกิดอาการตีกลับ ผิดหวัง ท้อแท้ หมดเรี่ยวแรง และล้มเลิกไปในที่สุด

ผมได้เคยใช้เวลาทดลองอะไรบางอย่าง และค้นพบว่าปรัชญาทั้งหมด ได้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อนำเราไปสู่การค้นพบจริงๆ แต่จะต้องใช้ " เวลา " และใช้ " ประสบการณ์ "มากพอสมควร กว่าจะพบปรัชญาที่นำมาใช้ได้จริงกับตัวเรา และอาจรวมถึงผู้อื่นด้วย เมื่อพูดถึงความสำเร็จภายหลังที่ค้นพบ กลับกลายเป็นว่าความสำเร็จไม่ใช่จุดสุดท้าย แต่ความสำเร็จมีลักษณะคล้ายการเดินทางไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ใช่แค่ชั่วคืน ไม่ใช่แค่ข้ามวัน แต่มันใช้เวลาเป็นปีๆ และความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตนเองมี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตนเองเป็น แต่ความสำเร็จคือ คุณค่าที่เราได้มอบให้แก่ผู้อื่นต่างหาก คุณก็เช่นเดียวกัน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องละทิ้งอะไรบางอย่างเพื่อความสำเร็จบางอย่าง แต่คุณสามารถสำเร็จได้ทุกอย่าง ถ้ามีทัศนคติที่ถูกต้อง โดยคุณอาจจะสามารถค้นพบมันหรือไม่ก็ได้ ซึ่งถ้าหากคุณเข้าใจถึงปรัชญาแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง คุณจะไม่มีอาการตีกลับแบบคนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน เพราะนั่นถือเป็นบทสรุปที่เรียกว่า หัวใจของปรัชญาแห่งความสำเร็จก็ได้ ปัจจุบันนี้ผมได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการทำธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และขอให้คุณพบกับสิ่งนี้ด้วยเหมือนกัน